Menu Contents

DANURI

open
Home > ความเหลือในการปรับตัวให้เข้ากับประเทศเกาหลี > แนะนำประเทศเกาหลี

ความเหลือในการปรับตัวให้เข้ากับประเทศเกาหลีแนะนำประเทศเกาหลี

ให้คำแนะนำแก่คู่สมรชาวต่างชาติและเด็กที่มีสองภูมิหลังที่ยังไม่คุ้นเคยกับความเป็นอยู่ในประเทศเกาหลี เกี่ยวกับวัฒนธรรม, การสนทนาภาษาเกาหลี ฯลฯ

ครอบครัวเกาหลี

ลักษณะของครอบครัวในเกาหลี

ชีวิตครอบครัวในประเทศเกาหลีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งบุคคลเข้าเมืองจากการสมรสที่มีความเข้า ใจลักษณะของครอบครัวเกาหลีนั้น จะทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ และทำความเข้าใจ วัฒนธรรมของเกาหลีได้ง่ายกว่า วัฒนธรรมในแต่ละครอบครัวนั้นอาจจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ ลักษณะครอบครัวและพื้นที่ สำหรับวัฒนธรรมของเกาหลีนั้นตั้งอยู่บน พื้นฐานของลัทธิขงจื้อ ดังนั้น วัฒนธรรมในครอบครัวของเกาหลีจึงมีความคล้ายคลึงกับประเทศที่มีวัฒนธรรมของลัทธิขงจื้อนั่นเอง ทว่าก็มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง โดยเฉพาะในแง่มุมของการพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวด เร็ว

  1. 1) ความสัมพันธ์ในครอบครัว

    • ครอบครัวที่มีความปรองดองกันนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถือเป็นความสุขของสมาชิกภายในครอบครัว
    • สำหรับลำดับชั้นมีความสำคัญในครอบครัวนั้น เด็กควรได้รับการสั่งสอนให้เคารพผู้ใหญ่ และแสดงความคิดความเห็นด้วย ท่าทีที่สุภาพ
    • ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและเด็กเป็นสิ่งที่พิเศษ ซึ่งผู้ปกครองเกาหลีจะเน้นให้ความรักและความเข้าใจแก่เด็ก และบางครั้งอาจตามใจเด็ก จนเป็นสาเหตุให้เด็กมีนิสัยต้องพึ่งพาผู้อื่นอยู่เสมอ
    • ความสัมพันธ์ระหว่างหลานกับปู่ย่าตายายในรูปแบบ “ครอบครัวดั้งเดิม” เริ่มอ่อนแอลง แต่การแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้น นั่นทำให้คุณภาพของความสัมพันธ์ดีขึ้นตามไปด้วย
  2. 2) ความสัมพันธ์ระหว่างสามีกับภรรยา

    • ความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาเป็นสิ่งสำคัญ แต่หน้าที่ของคุณในฐานะบุตรชายหรือบุตรสาวนั้น กับผู้พ่อแม่ของ ตัวเองก็ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน
    • ในอดีตการเลี้ยงดูเด็กจะเป็นหน้าที่ของผู้หญิงเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ แนวโน้มดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยที่ผู้ชายเริ่มมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูเด็กร่วมกับผู้หญิงมากขึ้น
    • ผู้ชายเกาหลีสมัยก่อนจะไม่เคยชินกับการแสดงความรักใคร่ต่อภรรยาของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชื่นชมหรือการ แสดงความรักใคร่ภรรยาต่อหน้าบิดามารดาหรือครอบครัว เนื่องจากถือว่าเป็นเรื่องที่โง่น่าอาย จึงต้องคอยระมัดระวังเสมอ ไม่ให้มีการแสดงออกมา

การปรับตัวเข้ากับชีวิตครอบครัว

เนื่องจากเป็นคนต่างชาติที่แต่งงานกับคนเกาหลี การเอาชนะปัญหาเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อจะมีชีวิตสมรสที่มีความสุข
โดยทั่วไปแล้ว ถือเป็นเรื่องยากที่จะปรับตัวให้เข้ากับชีวิตครอบครัวและวัฒนธรรมของเกาหลีได้ ดังนั้นหากคุณประสบปัญหาดังกล่าว ให้พิจารณาข้อแนะนำดังต่อไปนี้

  1. 1. พยายามทำความเข้าใจวัฒนธรรมในครอบครัวของแต่ละฝ่าย
  2. 2. เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของครอบครัวจากสามีและญาติฝ่ายสามี
  3. 3. แก้ปัญหาในครอบครัวด้วยการพูดคุยกัน
  4. 4. อย่าแก้ไขปัญหาแต่เพียงลำพัง ให้ขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่รอบข้าง

เทศกาลและวันหยุดราชการของเกาหลี

งานฉลองเทศกาลต่างๆเป็นวันแห่งความทรงจำที่ดีในครอบครัว

ในครอบครัวมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นกับหลายๆคนเช่น การคลอดบุตร, งานแต่งงาน, การเสียชีวิต ฯลฯ เหตุการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญทั้งในด้านส่วนตัวและครอบครัว ที่ทำให้ทั้งรู้สึกยินดีและเศร้าเสียใจได้

1) เทศกาลสำหรับการเกิด
  • ครบหนึ่งร้อยวัน - เป็นเทศกาลฉลองเมื่อทารกมีอายุครบ 100 วัน อาหารที่ทานคือ แบกซอลกี (ขนมนึ่ง), เกี๊ยวไส้ถั่วแดง (ซูซูเกียงดัน), เหมียกกุก (น้ำแกงสาหร่าย และเสื้อผ้าใหม่สะอาดเพื่อฉลองเทศกาลนี้
  • วันเกิดครั้งแรก: ญาติและเพื่อนสนิทจะได้รับเชิญมางานเลี้ยงฉลองวันเกิดครั้งแรกของเด็ก โดยเด็กๆ จะแต่งกายด้วยชุดเกาหลีย้อนยุค และเตรียมจัดโต๊ะพิเศษเพื่อฉลองวันเกิดครั้งแรกของเด็ก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีการ เตรียมเบคโซลกี (เค้กข้าวนึ่งสีขาว) ซงพยอน (เค้กข้าวพระจันทร์เสี้ยว) และซึซึควังดัง (เค้กน้ำผึ้งทำจากเกาเหลียง) วางเอาไว้บนโต๊ะ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ ด้าย ข้าว เงิน ดินสอ และหนังสือเอาไว้บนโต๊ะ (ปัจจุบันนี้ บางครั้งยังวางหูฟัน ไมโครโฟน ฯลฯ เอาไว้ด้วย) แล้วให้เด็กเจ้าของวันเกิดหยิบสิ่งที่ตนเองชอบ แล้วให้คำอวยพร อย่างไรก็ตาม ในยุคหลังๆ นี้ จะมีบริการจากร้านอาหารบางแห่งที่ช่วยเตรียมโต๊ะสำหรับ ฉลองวันเกิดแทนพ่อแม่ให้ด้วย
  • วันเกิด: สำหรับผู้อาวุโส วันเกิดจะเรียกว่าแซงชิน (saengshin) โดยมักจะมีการทำซุปสาหร่ายเป็นอาหารเช้าในวันเกิด บาง ครั้งญาติและเพื่อนจะได้รับเชิญให้มาฉลองด้วยกัน ซึ่งแขกที่ได้รับเชิญก็มักจะเตรียมของขวัญวันเกิด หรือมอบเงินให้
2) การแต่งงาน

การแต่งงานมีทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ในประเทศเกาหลี แต่ในขณะนี้การแต่งงานแบบดั้งเดิมแทบจะหาย ไปหมดแล้ว โดยถูกแทนที่ด้วยการแต่งงานแบบสมัยใหม่ สำหรับการแต่งงานแบบสมัยใหม่มักจะจัดขึ้นที่ห้อง โถงจัดงานแต่งงาน โรงแรม โบสถ์ วัด ฯลฯ โดยในพิธีฉลองสมรส เจ้าบ่าวจะสวมทักซิโด้ และเจ้าสาวสวมชุดเจ้าสาว โดยหลังเสร็จพิธี ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะเปลี่ยนชุดเป็นชุดเกาหลี แล้วออกมาเสิร์ฟ พเยแบค* ให้กับพ่อแม่ของ เจ้าบ่าวและผู้อาวุโสคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ มักจะมีเสิร์ฟพเยแบคให้แก่ครอบครัวทั้งสองฝ่ายเลย

3) เฮกับและโกฮิยอน (งานเลี้ยงเพื่ออวยพรให้มีอายุยืนยาว)
  • เฮกับ (Hoegap): หมายถึงวันเกิดเมื่ออายุครบ 60 บริบูรณ์ (61 ปีตามอายุของเกาหลี) เป็นพิธีการที่ลูกเตรียมให้พ่อแม่ เพื่อฉลองที่ท่านมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว ในอดีตพิธีนี้มีความสำคัญมาก เพราะว่าคนส่วนใหญ่จะอายุไม่ยืนนัก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอายุขัยเพิ่มขึ้นมากแล้ว ดังนั้นการฉลองจึงทำกันแบบง่ายๆ การประกอบด้วยอาหารจำนวนมาก หรือบางครอบครัวก็อาจจะส่งพ่อแม่ไปทัวร์ หรือให้ของขวัญเป็นเงินแทน
  • โกฮิยอน (Gohiyeon): หมายถึงวันเกิดเมื่ออายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ปี (71 ตามอายุของเกาหลี) ซึ่งญาติและเพื่อนสนิทจะ ได้รับเชิญมาในงานเลี้ยงที่จัดใหญ่กว่าทุกปี และบางคนก็จะเตรียมของขวัญวันเกิดมาด้วย
4) งานศพ

ครอบครัวจะสวมชุดไว้ทุกข์ และแต่งตัวให้ผู้ตาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว จะมีเตรียมผ้าเอาไว้ล่วงหน้าให้แก่ผู้สูงอา ยุขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยผ้านี้จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับบ้านและพื้นที่ และในบางกรณี จะมีการแต่งตัวให้ผู้ตายด้วยผ้า ป่านสีดำหรือสีขาว และแขกที่เข้าร่วมการมุนซัง* ควรหลีกเลี่ยงการแต่งชุดด้วยสีสว่าง โดยควรใช้สีดำหรือสีขาวเท่านั้น อีกทั้ง ควรแสดงความเคารพและสวดร่วมกันกับครอบครัว นอกจากนี้อาจให้เงินแก่ครอบครัว ซึ่งถือเป็นการแสดงความเห็นใจอีกวิ ธีหนึ่ง

5) พิธีกรรม

พิธีกรรมของเกาหลีจะทำให้คุณรับรู้ถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อการ และถือเป็นการแสดงความรำลึกถึงบรรพ บุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วด้วย

  • พิธีการประจำปีเพื่อบรรพบุรุษ: เป็นการไหว้เพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษในคืนเดียวกับที่พวกเขาเสียชีวิต ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ชาว เกาหลีจะไหว้เพื่อแสดงการเคารพบรรพบุรุษ 2 รุ่นขึ้นไป
  • วันระลึกถึงครอบครัว: จัดตอนเทศกาล เช่น วันปีใหม่ ฮันซิก และชูซ็อก

เทศกาลรื่นเริง

"มีเทศกาลและการจัดงานรื่นเริงตามฤดูกาลหลายงานในเกาหลี ประเทศเกาหลีใช้ปฏิทินทั้งแบบสากลและปฏิทินทางจันทรคติ การจัดงานฉลองการเทศกาลต่างๆ มักยึดตามปฏิทินจันทรคติ"

1) ซอลลัล (วันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ)
  • ความหมาย : วันแรกของปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติ
  • อาหาร : ตอกกุก, มันดุ
  • กิจกรรมพิเศษ : สวมเสื้อผ้าใหม่ (ซอลบิม), การทำเซแบ (การกราบคารวะผู้ใหญ่) การไปเยี่ยมสุสานบรรพบุรุษ และการละเล่นหยุดโนรี
    ※ วันก่อนวันซอลนัล, วันซอลนัล, วันถัดจากวันซอลนัลหนึ่งวัน ( วันสิ้นเดือน 12, วันที่ 1, 2 เดือน 1 ตามปฏิทินทางจันทรคติ) ถือเป็นวันหยุดราชการ
2) ชูซอก (วันที่ 15 เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ)
  • ความหมาย : วันขอบคุณสำหรับการเกษตรในปีนั้น
  • อาหาร : พืชพันธุ์และผลไม้ที่ออกใหม่ของปีและ ขนมซงเพียง
  • กิจกรรมพิเศษ : การจัดงานรำลึกบรรพบุรุษ การไปเยี่ยมหลุมศพบรรพบุรุษ ชมพระจันทร์เต็มดวง สนุกสนานไปกับการเต้นรำวงกลมของเกาหลี
    ※ วันชูสอก, วันก่อนและวันหลังชูสอก (ปฏิทินทางจันทรคติวันที่ 14-16 เดือน 8) ถือเป็นวันหยุดราชการ

วันหยุดราชการ

  • 1 มกราคม : วันแรกของปีใหม่ตามปฏิทินสากล
  • ซัมอิลจอล (วันเดินขบวนประกาศอิสรภาพซามิล 1 มีนาคม) : เป็นวันที่ระลึกถึงวันที่ 1 มีนาคม เมื่อปี 1919 ที่ประเทศเกาหลีได้ มีการเดินขบวนประกาศอิสรภาพทั่วประเทศจากการเป็นเมืองขึ้นของประเทศญี่ปุ่น
  • ซ็อกกาทานซิลอิล (วันประสูติของพระพุทธเจ้า 8 เมษายนตามปฏิทินจันทรคติ) : วันฉลองวันประสูติของพระพุทธเจ้า
  • ออรินินาล (วันเด็ก 5 พฤษภาคม) : วันพิเศษที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของเด็กๆ วันเพื่อความสุขและสวัสดิภาพของเด็กๆ
  • เฮียนชุงอิล (วันทหารผ่านศึก 6 มิถุนายน) : วันที่ยกย่องวีรบุรุษแห่งชาติ รวมทั้งผู้ที่เสียชีวิตในสงครามเกาหลี
  • กวางบกจอล (วันประกาศอิสรภาพ 15 สิงหาคม) : ในวันนี้เมื่อปี 2488 เกาหลีได้ประกาศอิสรภาพจากลัทธิล่าอาณานิคมของญี่ปุ่น
  • เกชอนจอล (วันก่อตั้งชาติ 3 ตุลาคม) : วันนี้คือวันก่อตั้งชาติเกาหลี ภาษาเกาหลี "แกชอนเจออล" หมายความว่า "วันที่ท้องฟ้าเปิด"
  • ฮั่นกึลนัล (9 ตุลาคม) : วันหยุดเพื่อระลึกถึงวันที่ประกาศใช้ฮั่นกึล (ตัวอักษรเกาหลี) โดยกษัตริย์เซจอง รวมทั้ง การประชาสัมพันธ์และงานวิจัยและเผยแพร่ตัวอักษรฮั่นกึลด้วย
  • ซองทันจอล (วันคริสตมาส 25 ธันวาคม) : วันฉลองวันประสูติของพระเยซู
  • วันอาทิตย์

อาหารเกาหลี

อาหารที่ชาวเกาหลีนิยมรับประทาน

1) ข้าว

โดยทั่วไปแล้ว อาหารเกาหลีประกอบด้วยข้าว ซุป และเครื่องเคียง ซุปคล้ายกัน ซุปเคี่ยวร้อนๆ มักเป็นที่นิยม และเครื่องเคียง เช่น ผัก อาหารนึ่ง อาหารตุ๋น เนื้อย่าง อาหารผัด และอาหารทอด เครื่อง เคียงหลักชนิดหนึ่งคือกิมจิ บางครั้งอาจจะมีการรับประทานก๋วยเตี๋ยวร้อนหรือเย็น ซุปข้าวสาลีอบแห้ง และเค้กข้าว แทนการรับประทานข้าว

  • โดยทั่วไปแล้วข้าวของเกาหลีจะเหนียวกว่าข้าวของประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • ครั้งแรกที่ลองก็อาจจะย่อยยาก และอาจทำให้ปวดท้องได้
  • ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ในการสร้างความเคยชินกับข้าวของเกาหลี
2) กุก (ซุปใส) ทัง (ซุปเนื้อหรือปลา) จิเก (เคี่ยว) และจอนโกล (ซุปข้น)
  • บูเกียวกุก: ซุปพอลแลคแห้ง รักษาอาการเมาค้างได้ดี
  • คงนามุลกุก : ซุปถั่วงอกที่ใช้ถั่วที่ปลูกจนงอกรากอ่อนมาต้มเป็นซุป
  • เหมียกกุก : ซุปสาหร่ายสีน้ำตาล
  • ซัลลองทัง: ซุปเนื้อวัวรสเข้มข้นพร้อมเนื้อวัวฝานบางๆ
  • คาลบิทัง: ซุปทำจากซี่โครงวัวต้ม ปรุงรสด้วยเกลือหรือซอสถั่วเหลือง เติมเส้นก๋วยเตี๋ยวเพื่อให้ได้รสชาติ
  • คัมจาทัง: ตุ๋นกระดูกหมู มันฝรั่ง และผักอื่นๆ
  • ทักโบกกึมทัง: ต้มไก่, ผักผสมกับซอสพริกจนเข้าเนื้อและเหลือน้ำขลุกขลิก
  • กิมจิจิเก: ต้มกิมจิกับเนื้อหมู
  • เทนจังจิเก: เทนจังตุ๋นกับเต้าหู้ ซูกินี เห็ด และหัวหอม
  • บูเดจิเก : ต้มกิมจิ แฮม เต้าหู้และผักหลายอย่าง
  • ดงแทจิเก (แซงเทจิเก) ปลาพอลแลคตุ๋นกับหัวไชเท้า เต้าหู้ และซูกินี
  • นัคจิจอนโกล: ปลาหมึกหม้อไฟ พร้อมด้วยปลาหมึกฝานเป็นชิ้นเล็กๆ รวมทั้งผักหลายชนิด เห็ด และซุป
  • ดูบูจอนโกล: เต้าหู้หม้อไฟ เตรียมพร้อมด้วยเต้าหู้ หัวหอม แครอท วอเตอร์เครส เนื้อวัว และซุป

3) กิมจิ

กิมจิ” (Kimchi) เป็นอาหารที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้ ซึ่งต้องมีไว้ทุกมื้อสำหรับชาวเกาหลี และมีรสชาติที่กลมกล่อม มีสารอาหาร และสามารถเก็บเอาไว้ได้ โดยการดองผัก เช่น หัวไชเท้า ผักกาด แตงกวา ฯลฯ ด้วยเกลือ และผสมให้เข้ากันกับ เครื่องปรุงรส เช่น พริกไทย กระเทียม ต้นหอม ขิง ปลาเค็ม ฯลฯ แล้วเติมส่วนผสมอื่นๆ เพิ่มเติม

จากนั้นปิดฝา แล้วหมักทิ้งไว้ในอุณหภูมิคงที่ระยะเวลาหนึ่งก่อนรับประทาน สำหรับในฤดูหนาว เกาหลีไม่สามารถปลูกผักกาดได้ ดังนั้นชาวเกาหลีจึงทำกิมจิต่างๆ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤจิกายนจนถึงต้นเดือนธันวาคม เพื่อเอาไว้รับประทานได้ในหน้า หนาว โดยจะเรียกว่าช่วง “กิมจัง” ซึ่งบรรดาญาติๆ ใกล้ชิดกันจะมารวมตัวกันเพื่อช่วยกันทำกิมจิในช่

4) เมนูเนื้อ

  • บูลโกกิ: เนื้อวัวฝานปรุงรสและย่างบาร์บีคิว หวานและรสชาติอร่อย
  • คาลบี้ : ซี่โครงหมูหรือซี่โครงวัวปรุงรสแล้วนำมาปิ้ง
  • ซัมเกียบซัล : เนื้อหมูสามชั้นย่าง ห่อด้วยผักหลายชนิดและผักกาดหอม
  • ดักคาลบิ: ไก่ผัดกับผัก ค่อนข้างเผ็ดและร้อน
  • เชยุกบกกึม: เนื้อหมูผัดกับผัก
5) เมนูปลา

  • ปลาดิบ (เซงซอนเฮ) : ปลาดิบที่รับประทานโดยจิ้มกับซอสพริก, ซอสถั่วเหลืองหมัก, เทนจัง, ซอสถั่วเหลือง วาซาบิ ฯลฯ
  • ปลาย่าง (เซงซอนกูอี) : ปลาหมักเกลือหรือเครื่องเทศแล้วนำมาย่าง
  • เซงซอนจิม (ปลานึ่ง) : นำเนื้อปลามาปรุงรส จากนั้นต้มในน้ำหรือนึ่ง
  • เซงซอนโจริม (ปลาต้ม): ปลาและผักต้มในซอสถั่วเหลืองแซงซอนโจริม
  • โอจิงงอบกกึม (ปลาหมึกผัด) : ปลาหมึกผัดกับผัก รสชาติเผ็ดร้อน
6) อาหารว่าง
  • ราเมียน (ราเมง): อาหารว่างจานหนึ่งที่นิยมมากที่สุดในเกาหลี สามารถเตรียมได้ไม่กี่นาที เพียงแค่เติมน้ำแล้วนำไปต้ม มีทั้งรสชาติอ่อนและรสชาติเผ็ด ซึ่งลัมยอนในถ้วยกระดาษนั้น เพียงแค่เติมน้ำร้อนก็อร่อยได้แล้ว
  • กิมบับ (ข้าวห่อ): ใส่ข้าวสวย, แฮม (หมู), ไข่เจียวทอด, แครอท, แตงกวา, ฯลฯ วางบนแผ่นสาหร่ายแห้ง แล้วม้วนเข้าด้วยกัน เป็นอาหารมื้อหนึ่งที่ทำได้อย่างง่ายดาย
  • กุ๊กซู (ก๋วยเตี๋ยว): เมนูก๋วยเตี๋ยว เช่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำ หรือก๋วยเตี๋ยวผสมซอส เป็นต้น
  • มันดู (เกี๊ยว): เกี๊ยวผัก เต้าหู้ และเนื้อหมู มัลมันดูเสิร์ฟในน้ำเกรวี่ ตุยกิมมันดูหมายถึงเกี๊ยวทอด
  • ต๊อกบ็อกกี: เค้กข้าวอัดแท่งสับ เค้กแป้ง ฯลฯ ความยาวเหมาะสม ผสมกับเค้กปลาและผักต่างๆ จากนั้นปรุงกับเครื่องปรุงรส
  • ซุนเด : (ไส้กรอกวุ้นเส้น): ไส้กรอกกับวุ้นเส้นเกาหลี ปรุงรสด้วยเลือดวัวสอดในไส้หมู

7) ผลไม้ตามฤดูกาล

ประเทศเกาหลีมี 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ดังนั้นจึงมีผลไม้รสชาติอร่อยออก ตามฤดูต่างๆมากมาย แต่ในปัจจุบันนี้มีการปลูกผลไม้ในเรือนพลาสติก ทำให้มีผลไม้อร่อยตลอดทั้งสี่ฤดูเลย โดยไม่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลที่แท้จริง นอกจากนี้ ผลไม้ตามฤดูกาลยังมีรสชาติอร่อยมากอีกด้วย หากต้องการชิมผลไม้ท้องถิ่นจาก บ้านเกิด ก็สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าปลีกทั่วไป

  • ฤดูใบไม้ผลิ: เชอรี่ สตอเบอรี่ (ต้นเดือนพฤษภาคม-ต้นเดือนมิถุนายน) ฯลฯ
  • ฤดูร้อน: เมลอน (มิถุนายน-กรกฎาคม) พีช (กรกฎาคม-สิงหาคม) แตงโม (มิถุนายน-สิงหาคม) พลัม มะเขือเทศ ฯลฯ
  • ฤดูใบไม้ร่วง: ลูกพลับ (กันยายน-ตุลาคม) แพร์ แอปเปิล พุทรา เกาลัด องุ่น (กันยายน) ฯลฯ
  • ฤดูหนาว: ส้มจีน ส้ม ฯลฯ

8) เครื่องปรุงรส
  • มานึล (กระเทียม) มีรสชาติเผ็ดร้อน แต่นำไปย่างก็จะทำให้รสชาติดีขึ้น อาจจะสับให้ละเอียดเพื่อใช้เป็นของตกแต่งได้ หรือใช้เป็นเครื่องเทศก็ได้
  • คันจัง (ซอสถั่วเหลือง) เครื่องปรุงรสของเหลวสีดำ มีรสเค็ม เติมลงในอาหารตามความชอบ ทำจากก้อนถั่วเหลืองหมัก แล้วเติมน้ำเกลือ ปกติ แล้วซอสถั่วเหลืองจะแบ่งออกเป็นแบบดั้งเดิมและแบบหมัก โดยแบบดั้งเดิมใช้สำหรับปรุงน้ำซุปและผัก นอกจากนี้ ซอสถั่ว เหลืองแบบหมักจะใช้เป็นซอสจิ้มปลาดิบและอื่นๆ ได้ด้วย
  • โกชูจัง (ซอสพริก) ซอสเผ็ดทำจากผงพริกป่น ถั่วเหลืองหมักและเกลือ รสชาติกลมกล่อมจากรสของถั่วเหลืองหมัก รสร้อนของพริกป่น และรสเค็มจากเกลือ
  • เดนจัง (เต้าเจี้ยวเกาหลี) : ทำจากถั่วและเกลือ และเป็นซอสดั้งเดิมของเกาหลี ใช้สำหรับปรุงรสอาหารหรือต้มเป็นซุป

การเรียกสมาชิกในครอบครัวในภาษาเกาหลี

มารยาทในการใช้ภาษา

สำหรับ “คำนำหน้าชื่อ” นั้นจะใช้เมื่อเรียกเฉพาะคนบางคน และ “ตำแหน่ง” จะใช้เมื่อกล่าวถึงตัวบุคคล โดยในประเทศเกาหลี เรามักใช้คำนำหน้าชื่อหรือตำแหน่งต่างๆ เพื่อเรียก หรือกล่าวถึงบุคคลเดียวกัน ชื่อเกาหลีและชื่อในตัวอักษรจีนผสมกันและใช้เป็นคำนำหน้าชื่อและตำแหน่ง การใช้คำนำหน้าชื่อหรือตำแหน่งที่ผิดอาจทำให้ผู้อื่นขุ่นเคือง

วิธีการเรียกสมาชิกในครอบครัว

ในประเทศเกาหลี สมาชิกในครอบครัวจะเรียกแต่ละคนโดยใช้ชื่อพิเศษ แทนความสัมพันธ์ หากดูแผนผังครอบครัวด้านล่าง จะเห็นว่ามีชื่อที่ต่างกันในการเรียกสมาชิกในครอบครัวของสามีและภรรยา โดยจะมีการใช้ภาษาที่แสดงความเคารพผู้ที่อาวุ โส และจะใช้ภาษาธรรมดากับผู้เยาว์ ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปบ้างในแต่ละครอบครัว ดังนั้นจึงควรปรึกษากันในภายครอบ ครัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

คำนำหน้าชื่อ* และการเอ่ยถึงสมาชิกของครอบครัวสามีโดยภรรยา

คำนำหน้าชื่อ* และการเอ่ยถึงสมาชิกของครอบครัวสามีโดยภรรยา

คำนำหน้าชื่อ* และการเอ่ยถึง* สมาชิกของครอบครัวภรรยาโดยสามี

คำนำหน้าชื่อ* และการเอ่ยถึง* สมาชิกของครอบครัวภรรยาโดยสามี

ภาษาสุภาพและภาษาทั่วไป

ในประเทศเกาหลี มีความแตกต่างเล็กน้อยของลักษณะของภาษา โดยขึ้นอยู่กับอายุ ความสัมพันธ์ และสถานะทางสังคม ระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้อาจอธิบายได้อย่างกว้างๆ ว่าเป็นรูปแบบการพูดในสองรูปแบบด้วย นั่นก็คือ การพูดด้วยความเคารพ และการพูดแบบไม่เป็นทางการ

  • ระดับการแสดงความเคารพนั้น จะใช้กับผู้สูงอายุ และเป็นภาษาที่เป็นทางการน้อยกว่า
  • คนเกาหลีจะพูดในระดับที่ไม่เป็นทางการ เมื่อพูดกับเพื่อนๆ หรือกับคนที่มีอายุน้อยกว่า